วันพุธที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ภาพเพียงภาพเดียวอธิบาย SEO ทั้งหมด

มีบทความของฝรั่งที่น่าสนใจอธิบายการทำ SEO เป็นรูปภาพ และมีเพื่อน ๆ ในไทยเสียวบอร์ด นำมาแปลเป็นภาษาไทยและ มีเพื่อน ๆมาช่วยกันวิเคราะห์ข้อมูลเพิ่มเติมให้มากมาย ผมเห็นว่ามีประโยชน์เลยนำมาฝากกัน (บางส่วนผมใส่ความเห็นของตัวเองลงไปด้วยนะครับ)
การทำ SEO
สรุปจากรูปภาพสั้นๆได้ใจความได้ 7 เรื่อง
  • เรื่องแรก Keyword Research
การแข่งขันในเรื่องของ keyword โดยส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับขนาดความยาวของคำ Long tail strategy คือ ยิ่ง niche ยิ่งคู่แข่งน้อย
เช่น หากเราจะขายเครื่องตัดหญ้า ก็ใช้คำว่า “เครื่องตัดหญ้า” แบบนี้จะเป็นคำกว้าง คู่แข่งเยอะ (จากรูปก็เช่นคำว่า SEO นั่นแหล่ะ)
หากจะใช้ Long tail คือ คุณ ระบุยี่ห้อไปเลย เช่น “เครื่องตัดหญ้า sony” (มีที่ไหนฟระ)
หรือจะให้แคบเข้าไปอีกก็ “เครื่องตัดหญ้า sony รุ่น ipad” คู่แข่งที่ทำ SEO ก็จะน้อยลง แต่คลิกจากที่คน search ก็จะน้อยลงตาม
แต่โดยทฤษฎี long tail นี้ จะมี conversion สูง
  • เรื่องที่สอง Site Architecture & Structure
จุดสำคัญมันอยู่ตรงนี้ครับ ถ้าบังเอิญหน้าเว็ปอื่นๆสำคัญกว่าเว็ปที่เป็นหน้าหลัก (Home Page) ของคุณ ดังนั้น คุณต้องแน่ใจว่ามันได้ลิงค์กลับไปยังหน้านั้น ๆ (ที่คุณคิดว่าเป็นหน้าสำคัญทำเงิน) ของคุณตลอดจนหน้าอื่นของเวป ไซต์คุณ ต้องจำไว้เสมอว่า Googleไม่ได้จัดอันดับที่ตัวเวปไซต์ (Website) แต่พวกเขาจัดอันดับหน้าเว็บเพจ (คือหน้าต่าง ๆ ภายในเว็บไซต์)
คุณ HotelBestBuy เสริมมาให้ครับ
แต่ ขอเสริมว่า “Hierarchy” ก็มีความหมายนะ คือลักษณะการวางโครงสร้างเวบที่ลิงค์กันระหว่างภายในไซต์ หากลิงค์มั่ว PR มันจะไปกองในจุดที่เราไม่ต้องการ การไหลของ PR สำคัญยังไง ?
เช่น พวกหน้า cart (เวบขายสินค้า หน้าขายสินค้าก็ต้องมีลิงค์ไป cart) หากไม่ได้ทำ nofollow หรือ cloak link ค่า PR ของแต่ละเพจในเวบเรามันก็จะไปเทให้หน้าที่ไม่ได้ต้องการติด search อย่างหน้า cart นี่ได้ครับ
ดังนั้นพวกหน้า cart หรือหน้าทีี่ไม่ได้ต้องการติด search มันไม่ควรจะมี PR เราก็ใช้วิธีอะไรก็ได้เพื่อไม่ให้มันมี
ลักษณะ การลิงค์ที่ทำให้ PR ไหลที่ดีคือควรออกแบบไซต์ให้เป็นลักษณะ “โครงสร้าง” (Hierarchy) ตัวอย่างเช่น Thailand / Phuket / Patong / xxxhotel > แบบนี้คือโครงสร้าง ซึ่ง CMS ทั้งหลายก็จะแบ่งไว้ให้อยู่แล้ว
แต่เวลาทำ เวบ หน้า xxxhotel นี้มันก็อาจมีลิงค์จากหน้าของ category อื่นมาได้ เช่น Thailand / Spahotel / xxxhotel  เราก็ต้องบอกบอทว่า จะให้ xxxhotel นี่อยู่ในโครงสร้างไหน โดยการใช้ “breadcrumb” นั่นเองครับ
บอทมันจะได้เข้าใจ hierarchy ในเวบเราได้ง่ายขึ้นนั่นแหล่ะ เพราะบอทมันไม่ใช่คนมันเก็บแต่ลิงค์ มันไม่รู้หากเราไม่บอกมัน
  • เรื่องที่สาม Page Optimisation
ดูให้แน่ใจว่าคุณใช้ keyword อะไรใน URLs, หัวเรื่อง(title)ของหน้าเว็บนั้นๆ,tags ในหน้านั้น, ชื่อรูปภาพ, ส่วนของบทความ, ใส่ <h1><h2> หรือยัง, Image Alt attributes และใช้คำสั่ง bold(ตัวหนา) หรือ italic(ตัวเอียง) บน keyword ที่สำคัญไว้หรือยัง
  • เรื่องที่สี่ Link Building
ต้อง ดูให้แน่ใจว่ามีลิงค์อยู่ภายในเว็บไซต์ของท่าน เพราะบอทจะไปไม่ได้ถ้าไม่มีลิงค์ไปต่อ, โพสต์ตาม Blog ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ website ของท่าน, LinkBait, การซับมิทที่ directory ต่างๆ, การวิเคราะห์คู่แข่ง ประมาณรู้เขารู้เราอะครับ, ทำหน้า Profile ของท่านบนเว็บพวก Social,Pligg และ เว็บบอร์ดต่างๆ.  และอีกอย่างที่ขาดไม่ได้คือ เชิญให้ทุกคนมาคอมเม้นต์เกี่ยวกับเว็บไซต์ของท่าน หรือการบริการของเว็บไซต์ท่าน Feedback อะครับ มันจะเป็นการดีอย่างยิ่งที่จะทำให้เว็บไซต์ของท่านดึงดูดคนเข้ามาชมเว็บไซต์ ของคุณมากขึ้น(Traffic)
  • เรื่องที่ห้า SEO Tactics
ทุก คนจะเห็นว่าในกราฟจะมีส่วนดีหรือไม่ดีใน SEO แต่สิ่งที่คุณควรมุ่งสนใจที่สุดคือ การสร้าง sitemap,การค้นหา keyword, แล้วก็เรื่องการปรับปรุงหน้าเว็บไซต์ของท่านตลอดเวลา หรือเรียกได้อีกอย่างหนึ่งว่า อัพเดทข้อมูล,บทความ ตลอดเวลาตามแต่ลักษณะเว็บไซต์ของท่าน
  • เรื่องที่หก Linkbaiting & Social Media
แค่ คุณ tweet บน twitter หรือ แค่อัพเดทสถานะบน facebook ในบางครั้งมันก็สามารถดึงดูดให้คนเป็นล้านๆเข้าเว็บไซต์ของท่านได้ นั่นแหละคือพลังที่ยิ่งใหญ่ของ Social Media และขอให้ใช้มันอย่างฉลาดด้วย
  • เรื่องทีเจ็ด SEO vs PPC
มา ถึงข้อสุดท้ายละ จะอธิบายให้เข้าใจนะครับว่า จำนวนของ user ที่ คลิกบน search engine นั้นมากกว่า จำนวนคนที่มาจาก ลิงค์ของ PPC ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดในบริการด้าน SEO นั้นคือ ความสม่ำเสมอของตัวท่านนั่นแหละในการทำ SEO
พี่ Kobsoft เพิ่มเติมให้อีกครับ ขอบคุณครับ
เพิ่มเติมคับ … ผมเห็นว่าเพื่อนหลายๆ อาจไม่ค่อยมีความรู้ภาษาอังกฤษ ก็มักจะงงกันอยู่เสมอเวลามีคนส่ง text อังกฤษมาให้อ่าน โชคดีที่คุณ Osawa แปลเป็นไทยให้ด้วย อันนี้ +1 ให้เลยคับ ถ้าให้ผมแปลให้เพิ่มเติมแบบเนื้อๆ ในอีกมุมมองนึงของวงการคนทำ SEO จริงๆ คงแปลให้ประมาณนี้คับ
  1. เวลาทำ SEO มักจำเป็นต้องมีคีย์หลักและคีย์รองเสมอ โดยที่คีย์หลักคือคำสั้นๆ และคีย์รองก็คือคำอื่นๆ ที่นำคีย์หลักมาผสม โดยส่วนมากแล้วคีย์รอง หรือนิชคีย์ มักจะสร้างรายได้ให้เราอยู่เสมอ
  2. SEO เป็นการทำอันดับเฉพาะเว็บเพจหน้าหนึ่ง หรือหน้าใดๆ ที่เราเลือกทำเท่านั้น ไ่ม่ใช่ทำหน้าเดียวแล้วอันดับจะขึ้นทั้งเว็บไซต์ (แต่จริงๆ ส่วนตัวจุดนี้ผมไม่เห็นด้วยคับ) และมีการทำ sitemap ที่ถูกต้อง หลายคนส่วนมากรู้แค่ว่า Sitemap คือ sitemap.xml แต่จริงๆ แล้วคำว่า sitemap เป็นการออกแบบโครงสร้างลิงค์ที่ถูกต้องคับ ไม่ว่าจะเป็นลิงค์จากแท็ก <a> บนหน้าเว็บเพจที่จะกระจายไปยังเว็บเพจอื่นๆ ภายในไซ์ (สำหรับมนุษย์) และการทำ sitemap (สำหรับ robots) ด้วยไฟล์ sitemap.xml, .xml.gz (google) หรือ feed (yahoo, bing) โดยที่การออกแบบ sitemap จริงๆ จะต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์ในเนื้อหาที่โยงแต่ละหน้าด้วย ไม่ใช่แค่ทำให้ทุกหน้าลิงค์กันได้เพียงอย่างเีดียวเฉยๆ แต่ปัจจุบันคงไม่ต้องซีเรียสมากคับเนื่องจาก sitemap สำหรับโรบอทไม่ค่อยมีความสำคัญมากแล้ว เพราะ SE แต่ละค่าย เน้นความสำคัญกับ sitemap สำหรับมนุษย์มากกว่า
  3. ใช้แท็กต่างๆ ในการทำ SEO ให้ครบองค์ประกอบและถูกต้อง (จากประสบการณ์เีขียนเว็บรองรับ SEO ที่ผ่านมาของผมกล้าบอกได้เลยคับว่าตรงนี้สำคัญที่สุด ถ้าััจัดองค์ประกอบผิด การทำ seo ก็จะยากขึ้นด้วยเช่นกัน) หลายคนอาจรู้อยู่แล้วว่าในเว็บเพจแต่ละหน้าจำเป็นต้องมีแท็กอะไรบ้าง ก็เลยค่อนข้างซีเรียสกับแท็กต่างๆ มากเกินไป แต่หลายคนไม่รู้ว่า แท็กแต่ละอย่างที่ใส่ลงไปนั้น robots มีพฤติกรรม ในแง่ดี หรือร้าย กับการเก็บ index สำหรับหน้านั้นเพื่อที่จะนำไปจัดอันดับ ส่วนตัวแล้วผมยังคงเชื่อว่าการ Optimize หรือการเขียนโครงสร้างที่ดีที่สุดบนเว็บเพจ ยังคงเป็นการเขียน Content และวาง layout ที่แยกเนื้อหาแต่ละส่วนออกจากกันอย่างชัดเจน (หมายถึง out put source code สำหรับโรบอท) คับ
  4. หาลิงค์จากทุกที่ ทุกรูปแบบที่เราหาได้ โดยที่ไม่ใช้มุขเดิมซ้ำๆ
  5. คนที่ทำ SEO ที่ได้เปรียบที่สุดคงจะเป็นคนที่ทำ Gray Hat คับ
  6. จิงๆ ข้อนี้น่าจะเหมือนกับข้อ 4 คับ แต่ผมไปเล็งเห็นความสำคัญของ API กับ Partner Site ที่กำลังได้รับความนิยม โดยลักษณะการทำงานขอเรียกง่ายๆ ว่า Auto Post มุขเดิม ที่เวลาผมโพสต์คลิปใน You Tube แล้ว มันจะ Auto Post ผ่าน API ลงใน Facebook ด้วย ถ้าหัวหมอหน่อยคงสร้างไอดีบอทเข้ามา ตัวนึง แล้ว list มาว่าเว็บไหนเป็น Partners Site บ้าง จากนั้น สมัครแล้วก็อัพเดทแต่ทาง Partners Site สำหรับ ไซต์ศูนย์กลางนั้น ขยันแอดเพื่อนเยอะๆ ก็พอคับ กรณีเราเป็นเจ้าของเว็บเองก็สรรหาปุ่มแชร์ต่างๆ มาใส่เว็บด้วยคับ คนไทยเล่น facebook, twitter เยอะอยู่แล้ว ผมว่าเราต้องได้อะไรดีๆ จากตรงนี้บ้างล่ะ
  7. ข้อนี้ในรูปเค้าพยายามจะทำให้เราเห็นว่าการทำ SEO น่าจะได้ผลประโยชน์ดีกว่าการทำ SEM คับ (นี่ -*- ผมสรุปห้วนเกินไปไหมนิ ผมเชื่อว่ามีคนคิดแย้งข้อนี้นะ แต่หนึ่งในนั้นไม่ใช่ผมคับ) ผมมองเพิ่มไปอีกว่า ที่ดีกว่า seo และ sem คือช่องทางการทำตลาดในรูปแบบ create ด้านต่างๆ คับ เช่นทางโคนาด้านอื่นๆ คน, สื่อ, มือถือ, จิปาถะ … สำหรับบางธุรกิจถ้ามองเห็นแต่ seo และ sem เท่านั้นผมก็ว่าบางทีเราอาจจะอยู่หน้าคอมกันมากเกินไปคับ เราต้องลองชวนเพื่อนไปกินเบียร์วุ้นเหล่เด็กเชียร์เบียสวยๆ สั้นๆ แล้วเราจะรู้ว่าวันๆ น้องเค้าได้ทิป มากกว่ารายได้ทำ seo ของเราอีกคับ
ขอขอบคุณเพื่อน ๆ ใน Thaiseoboard

วิธีการติดตั้ง WordPress MU ภาค 1 วิธีอัพโหลดไฟล์์ขึ้น Hostgator

จริง ๆ บทความนี้ผมจะตอบปัญหาของเพื่อนในบอร์ดคนนึง ที่ถามเรื่องการอัพไฟล์เข้าโฮสของ Hostgator และถ้า Step by Step ในสไตล์ผมมันก็ต้องมีรูปสวยๆ พร้อมโลโก้เสียว ๆ ประกอบ (เสียวสมุทรปราการ) ไหน ๆ  ก็ไหน ๆ แล้วขอควบสองเลยแล้วกันครับ
ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จัก WordPress Mu กันก่อนดีกว่า
WordPress Mu or multi-user คือ CMS (Content Management Syste | ระบบการจัดการเนื้อหาของเว็บไซต์) ที่พัฒนาต่อยอดมาจาก WordPress เพียงลักษณะการใช้งานจะเป็นแบบมัลติ-ยูสเซอร์ หรือผู้ใช้หลายคน คล้าย ๆ Blogger และเหมือนกับ WordPress.com เหมาะสำหรับ เจ้าของเว็บ ที่อยากจะสร้าง Blog free ให้่คนอื่นเข้ามาสมัครสมาชิกเพื่อสร้าง Blog โดยสมาชิกแต่ละคนจะสา่มารถเลือกแก้ไข ปรับเปลี่ยนหน้าตา (Theme) ของตัวเองได้อย่างอิสระ โดยทั้งหมดจะอยู่ในความดูแลของเจ้าของ Blog Free หรือ Admin ของ WordPress Mu นั้น ๆ อีกทีหนึ่ง ซึ่งความสามารถหลัก ๆ ของ WordPress Mu มีดังนี้

Features

  • Everything WordPress does.  เหมือน WordPress ทุกประการ
  • Scaling to tens of millions of pageviews per day. สามารถรองรับเพจวิวได้สิบล้านครั้งต่อวัน
  • Unlimited users and blogs. ไม่จำกัด ผู้ใช้งานและ บล๊อก
  • Different permissions on different blogs. สิทธิ์การใช้งานของแต่ละบล๊อกแยกออกจากกัน
กระซิบดัง ๆตรงนี้เลยครับ เค้าว่า WordPress Mu กำลังจะหายไป เนื่องจาก Mu จะถูกผสานรวมเป็น Features หลักของ WordPress ในเวอร์ชั่น 2.9.0 (ขายเหล้าพ่วงเบียร์ยังไงยังงั้น) รู้จักกับ WordPress Mu กันแล้วเรามาเข้าถึงวิธีติดตั้งกันเลยครับ
โดยการติดตั้ง WordPress Mu จะแบ่งเป็นสองส่วนคือ
  1. การอัพโหลดไฟล์ขึ้นโฮส หรือพื้นที่เช่าบนอินเตอร์เน็ต (ในที่นี้คือ Hostgator ตามเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้น)
  2. ส่วนของการติดตั้ง WordPress Mu
แต่ก่อนอื่นเราคงต้องไปโหลด WordPress Mu มาก่อน WordPress Mu เวอร์ชั่นล่าสุด ดาวน์โหลดไฟล์ WordPress Mu ที่นี่ครับ
การอัพโหลดไฟล์ขึ้นโฮส
โดยปกติการอัพโหลดไฟล์ขึ้นโฮสเราสามารถทำได้สองวิธีคือ อัพโหลดผ่านโปรแกรมประเภท File Transfer Protocol (FTP) และการอัพโหลดผ่านเว็บบราวเซอร์โดยผ่านระบบจัดการที่ Hosting มีไว้บริการ ในบทความนี้ผมขอเลือกใช้แบบที่สอง เนื่องจากถ้าใช้แบบแรกจำเป็นต้องสอนการติดตั้งและตั้งค่า โปรแกรม File Transfer Protocol (FTP)  อีก ซึ่งมันจะไม่ทันกินเอา ขอยกยอดไว้เป็นบทความหน้าแล้วกันครับเรื่อง FTP
โดยปกติระบบการจัดการ (Site configuration and management software application) ของ Hostgator จะเป็น cPanel ซึ่งการล๊อคอินเข้าใช้งานจะถูกส่งมายัง email Address ที่ส่งมาให้เราหลังจากสมัครและชำระเงินค่าเช่าเสร็จ โดย Url พื้นฐานในการเข้าใช้งานระบบ cPanel ก็คือ http://yourdomain.com/cpanel และจำเป็นต้องใส่ยูสเซอร์เนมและรหัสผ่านเพื่อเข้าใช้
การอัพโหลดไฟล์ขี้น Hostgator
วิธีอัพโหลดไฟล์์ขึ้น Hostgator
เมื่อล๊อคอินแล้วให้มองหา หน้าต่างการจัดการไฟล์ และให้คลิ๊กที่ File Manager
การอัพโหลดไฟล์ขี้น Hostgator
วิธีอัพโหลดไฟล์์ขึ้น Hostgator
เมื่อคลิ๊กแล้วจะมีป๊อปอัพให้เราเลือกว่าจะจัดการไฟล์ใน โดเมนหรือซัพโดเมนไหนเลือกตามสบายครับ
การอัพโหลดไฟล์ขึ้น Hostgator
วิธีอัพโหลดไฟล์์ขึ้น Hostgator
เมื่อเลือกเรียบร้อยคุณจะถูกพามาที่หน้าต่างใหม่
การอัพโหลดไฟล์ขึ้น Hostgator
วิธีอัพโหลดไฟล์์ขึ้น Hostgator
โดยหน้าต่างการทำงานจะมีคำสั่งให้เลือกใ้ช้เหมือนในส่วนของวินโดว์และ เว็บบราวเซอร์ เช่น New Folder, Copy ,Upload,Rename และโดยปกติโฟลเดอร์ root ของโดเมนหรือซัพโดเมนที่เราจะจัดการคือ public html
การอัพไฟล์ขึ้นโฮสผ่านเว็บบราวเซอร์ด้วย การทำงานกับ cpanel นี้จะมีประโยชน์และประหยัดเวลาได้มากกว่าการอัพโหลดผ่าน โปรแกรม Ftp หลายเท่าตัว ถ้าคุณรู้จักการประยุกต์ใช้อย่างถูกวิธี โดยเมนูที่เราจะใช้บ่อย ๆ คือ Upload และ Extract
เอาละครับถึงขั้นตอนการอัพโหลดไฟล์ WordPress Mu ขึ้นโอสเสียที โดยคุณจะต้องดาวน์โหลด WordPress Mu เรียบร้อยแล้ว และได้ไฟล์มาเป็น zip file ให้คุณไปที่ เมนู Upload และคลิ๊กเลยจะมีหน้าต่างใหม่ให้เรา Browse หาไฟล์ในเครื่องเราเพื่อนำขึ้นโฮส
(เราสามารถใช้คำสั่งนี้อัพโหลดไฟล์ต่าง ๆ เช่น Theme หลาย ๆ Theme ในคราวเดียวด้วยการ Zip File ให้เรียบร้อยเป็นไฟล์เดียวและอัพโหลดทีเดียว โดยไฟล์ที่จะอัพโหลดนั้นจะต้องมีขนาดไม่เกิน 25 MB)
เมื่อคุณเลือกไฟล์เสร็จเรียบร้อยแล้วระบบจะอัพโหลดไฟล์ให้อัตโนมัติ โดยจะมีแถบขึ้นแสดงเมื่อครบ 100%  แสดงว่าคุณอัพโหลดไฟล์ wordpress-mu-2.8.6.zip เรียบร้อย ให้ปิดหน้าต่างนี้ได้เลย
การอัพโหลดไฟล์ขึ้น Hostgator
วิธีอัพโหลดไฟล์์ขึ้น Hostgator
ให้ย้อนกลับมาที่หน้า FileManager อีกครั้งและ คุณจะเห็นหน้าต่างเดิมโดยยังไม่มีไฟล์ใด ๆ เพิ่มขึ้นมา ให้ใช้เมนู Reload คลิ๊กเบา ๆ และรอสักครู่คุณจะเห็นไฟล์ที่พี่งอัพโหลดเสร็จแสดงตนขึ้นมาครับ ในที่นี้คือ wordpress-mu-2.8.6.zip ไฟล์นี้จะยังไม่สามารถใช้งานได้เนื่องจาก เป็นไฟล์ซิบคุณจำเป็นจะต้องแตกไฟล์ก่อน ถึงจะใช้งานได้
วิธีการอัพโหลดไฟล์ขี้น Hostgator
วิธีอัพโหลดไฟล์์ขึ้น Hostgator
ให้คุณติ๊กเครื่องหมายถูกหน้าไฟล์ wordpress-mu-2.8.6.zip เมื่อเรียบร้อยให้ใช้งานเมนู Extract โดยการคลิ๊กเบา ๆ และรอสักครู่
วิธีการอัพโหลดไฟล์ขึ้น Hostgator
วิธีอัพโหลดไฟล์์ขึ้น Hostgator
เมื่อเสร็จเรียบร้อยจะมีหน้าต่างแจ้งเราครับ
วิธีการอัพไฟล์ขึ้น Hostgator
วิธีอัพโหลดไฟล์์ขึ้น Hostgator
หน้าต่างจัดการไฟล์เมื่อ Extract เรียบร้อยแล้วจะเจอ Folder wordpress-mu เพิ่มขึ้นมาครับ
วิธีการอัพไฟล์ขึ้น Hostgator
วิธีอัพโหลดไฟล์์ขึ้น Hostgator
โดยปกติแค่นี้เราก็สามารถติดตั้ง WordPress Mu ได้แล้วแต่ผมไม่แนะนำครับเนื่องจากไฟล์ไม่ได้อยู่ใน Root Folder ยากแก่การจัดการและการย้าย ไฟล์ก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรเลยจะอธิบายเพิ่มไปเลยเพื่อที่เพื่อน ๆ จะนำไปประยุกต์ใช้ในงานอย่างอื่นได้ต่อไปครับ
ตอนนี้ไฟล์ต่าง ๆ ของ WordPress Mu จะอยู่ที่ /public_html/wordpress-mu ผมต้องการให้ไฟล์ของ WordPress Mu มาอยู่ใน Root Folder หรือ /public_html ให้เราดับเบิ้ลคลิ๊กที่ Folder wordpress-mu เลยครับเมื่อเปิดไฟล์เข้ามาแล้วเราจะเห็นไฟล์ทั้งหมดของ wordpress-mu เสร็จแล้วให้เราคลิ๊กที่ Select all ไฟล์ทั้งหมดใน Folder นี้จะถูกเลือกทั้งหมดครับ
วิธีอัพโหลดไฟล์่ขึ้น Hostgator
วิธีอัพโหลดไฟล์์ขึ้น Hostgator
เสร็จแล้วให้เราคลิ๊กที่ เมนู Move File ด้านบนครับเมื่อมีหน้าต่างขึ้นมาแล้วให้เลือกโฟล์เดอร์ปลายทางที่จะย้ายไฟล์ ไป ในที่นี้ผมต้องการให้ไปที่ /public_html ผมก็ใส่่ค่านี้ลงไป และสั่ง Move File(s) ที่ปุ่มด้านล่าง
วิธีอัพไฟล์์ขึ้น Hostgator
วิธีอัพโหลดไฟล์์ขึ้น Hostgator
เท่านี้ไฟล์ระบบของ WordPress Mu ก็จะถูกย้ายไปที่ Root Folder หรือ /public_html ดังที่ผมต้องการ
เสร็จเรียบร้อยแล้วครับสำหรับการเตรียมความพร้อมในการลง WordPress Mu ในขั้นตอนการอัพไฟล์ขึ้นโฮส ระบบ cPanel ของ บทความหน้าเรามาต่อกันที่วิธีลง WordPress Mu จริง ๆซะที

7 Tips ในการทำงาน Internet Marketing

Tip1: รู้จักตัวเอง
- ประเมินความสามารถตัวเองก่อนครับ ก่อนที่จะเริ่มทำอะไรก็ตามแต่ ให้ย้อนกลับมามองดูตัวเองซะก่อน ว่าเรามีความรู้ด้านนั้นขนาดไหน
ถ้า ไม่มีความรู้ เราพร้อมหรือยังที่จะ เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ หรือถ้ามีความรู้แล้ว อย่าปิดตัวเองเพียงแค่ความรู้ที่ท่านมี หาความรู้ใหม่ๆ ใส่ตัวด้วย โลกเปลี่ยนไปทุกวัน
ถ้าเราไม่ตามให้ทันโลก เราก็เหมือนเดินถอยหลังนะครับ
- ถามตัวเองให้เยอะๆครับ ว่าสนใจเรื่องอะไรจริงๆกันแน่ และเลือกทำเพียงอย่างใดอย่างนึงที่ท่านถนัดก่อน ทำเพียงอย่างเดียวให้มันรุ่ง อย่าทำหลายอย่างพร้อมกัน
Tip2: วางแผนให้ดีซะก่อน
- อย่างที่พูดไปตะกี้ ถามตัวเองให้ดีว่าสนใจเรื่องอะไร แล้ววางแผนโดยเริ่มจากสิ่งที่เราสนใจก่อน เพราะการทำในสิ่งที่เราสนใจมักจะไปได้ดี มันเป็นสิ่งที่เราชอบ และเราถนัด
ผมขอพูดรวมๆนะครับ ใช้ได้ทั้งเวปไทยและอังกฤษ
- การทำอะไรหลายๆอย่างพร้อมกัน โดยที่ตัวเราเองไม่ได้พร้อม พยายามหลีกให้ไกล เราควร Focus ที่จุดจุดเดียวมากกว่า เช่น
Adsense
Amazon
Clickbank
CJ
- การทำอะไรโดยไม่วางแผนเลย จะไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ
** แล้วเราจะเริ่มวางแผนอย่างไรดี?
- เริ่มจากสิ่งที่เราสนใจก่อน แล้วไปดูตลาดที่เกี่ยวข้อง ว่าเราไปทางไหนได้บ้าง (บางคนอาจเลือกตลาดแล้วลงมือทำเลย อันนี้ก็ได้นะครับ ประมาณว่าสิ่งที่ฉันสนใจคือตลาดที่เงินเยอะ เราก็ไปโฟกัสตลาดนั้นๆแทน)
- ได้ตลาดแล้ว เราก็วางแผนรายรับที่เราต้องการ เช่น ผมอยากได้เงินจาก Adsense เดือนละ 10,000 เหรียญ
- ได้เป้าหมายแล้ว ว่าเดือนละ $10,000 ก็ต้องมาดูอีกว่า วิธีการอะไรที่จะทำให้เราได้เงิน เดือนละ 10,000 เหรียญบ้าง?
** ผมยกตัวอย่างประมาณนี้ครับ ทำเวปโดยใช้ WordPress Mu จำนวน 1000 เวป และต้องให้เวปเหล่านี้ทำเงินให้ได้เดือนละ 10 เหรียญ ก็ตกวันละ 0.3 เหรียญ <- ทำได้มั้ยครับ?
** บางคนชอบทำน้อยๆ แต่หนักๆ ก็บอก ผมขอทำแค่ 10 เวปพอ แต่จะเอาเดือนละ 1000 เหรียญ/เดือน/เวป ก็ตกวันละ 33 เหรียญต่อวัน <- ก็เป็นไปได้นะ พยายามดูวิธีการที่จะไปถึงเป้าหมายให้ดีครับ ทางเดินไม่ได้มีแค่ทางเดียว แต่คุณอาจไม่รู้ ก็พยายามหาทางกันต่อไป
Tip3 ลงมือทำอย่างจริงจัง – วางแผนแล้วต้องลงมือทำอย่างจริงจังด้วย ไม่ใช่ว่ามีแผนซะดิบดี แต่ไม่ลงมือทำ มันก็เท่านั้นครับ โลกนี้ไม่มีอะไรได้มาถ้าไม่มีการแลกเปลี่ยน สำหรับงานอย่างๆเราๆ ก็คือแลกเปลี่ยน ด้วย Idea เงิน และ เวลาครับ วางแผนระยะสั้นด้วย และวางแผนระยะยาวด้วย ว่าจะเป็นยังไงต่อไป ทำให้ได้แบบนั้น พยายามมีวินัยในตัวเองครับ จดไว้ว่าวันนี้ทำอะไรไปบ้าง พรุ่งนี้มีแพลนว่าอย่างไร ** อย่าลืมนะครับ บันทึกสิ่งที่เราทำไว้ด้วย
Tip4 ใส่ใจทุกรายละเอียด – ลงมือทำแล้วก็ไม่ใช่สักแต่ว่าทำ … ทำแบบลวกๆ ก็ไม่เอานะครับ ทำแบบนี้อย่าทำเลยดีกว่า ผมมองว่ามันเสียเวลาเปล่าๆ ถ้าจะทำอะไร ก็อยากให้ทำแบบจริงจัง และใส่ใจในรายละเอียดทุกอย่างที่เราจะทำด้วย เช่นการทำ WordPress ผมเคยอ่านกระทู้ของหลายๆท่าน และตามเข้าไปดูเวปที่แนะนำไว้ด้วย บางท่านในหน้า Landing Page มีรายละเอียดที่เยอะมาก เรียกได้ว่าใส่ใจทุกรายละเอียด ทุกบรรทัดตั้งแต่หัวจรดฟุตเตอร์เลยทีเดียว และ Landing Page ของบางท่านที่ไม่ค่อยมีอะไรให้ดึงดูดเลย มีแต่ตัวอักษร บรรยายสรรพคุณของสินค้า พยายามใส่ใจเรื่องเหล่านี้ด้วยครับ เพราะบางคนทำสินค้าตัวเดียวกับคุณ … คุณขายไม่ได้ แต่ เค้าขายได้เป็นกอบเป็นกำ….
Tip5 เวปทำเงิน ไม่จำเป็นต้องเป็น Script ที่ราคาแพง – สคริปบางตัว ราคาถูกๆ ก็ขายได้ครับ และบางตัวอย่าง WordPress ก็ขายของให้คุณได้เช่นกัน ดังนั้นพยายามเปลี่ยน ทัศนะคติเรื่องของ Money Site กันเล็กน้อยครับ ไม่ใช่ว่ามีเงินไปซื้อมาแล้ว จะทำให้คุณรวย ไม่ใช่ครับ สคริปราคาแพง กับ ราคาถูก หรือว่าของฟรี มันก็ขายของได้ทั้งนั้น มันขึ้นอยู่กับรสนิยมส่วนตัวของท่านด้วยว่าชอบ Feature ของสคริปตัวไหน แบบไหน ถ้ามีเงินก็ลงทุนไปเถอะครับ แต่ถ้าไม่มี ผมแนะนำ WordPress นี่แหละ Plugin ดีๆแจกในนี้เพียบ ไม่ต้องดิ้นรนครับ สิ่งที่จะทำให้ท่านขายของได้ ทำ Adsense ได้ไม่ใช่ตัว Script ครับ แต่เป็นคำว่า “ลงมือทำ”
Tip6 อย่าทิ้ง Stat - ครับทำอะไรแล้วก็ตามไม่ใช่ทำไปวันๆ เอาสิ่งที่ทำกับผลลัพธ์มาวิเคราะห์ด้วยครับ ว่าคุ้มทุน ได้กำไร หรือว่าขาดทุน?? – สิ่งที่จะตอบคำถามเพื่อนๆ ว่าทำแบบนี้ถูกหรือเปล่า หรือว่าทำแบบนี้ดีมั้ย ทำแบบนี้ผิดรึเปล่า ไม่ใช่ผม ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นตัวเลขที่ท่านเก็บมา จาก การลงมือทำของตัวเอง ตัวเลขนี้ไม่มีหลอกลวง ตัวเลขนี้ท่านทำอย่างไร มันก็ออกมาแบบนั้น ถ้าหากออกมาดี … แน่นอนก็แปลว่า เพราะเราทำดีอยู่แล้ว จำไว้นะครับ ถ้า Input ดี -> Output มันก็ควรจะออกมาดี ถ้า Input แย่ -> Output จะไปเหลืออะไรในเมื่อมันแย่มาตั้งแต่ต้นทาง
ดังนั้น Stat จะเป็นตัวบอกคุณทุกอย่างเกี่ยวกับการทำงานของคุณ..
Tip#7 สุดท้ายแว้วววววว…………… จงเลิก Drama ครับ
- เลิกดราม่าสักพักแล้วไปทำงานครับ ทิปสุดท้ายที่อยากบอกคือ คุณเสียเวลาดราม่า ผมมีเวลาทำเวปทำเงิน ดูสิว่าใครจะขายของได้ก่อนกัน อิอิ

แบ่งแยกกลุ่มเพื่อนในเฟสบุ๊ค (Facebook Lists)

เราสามารถแบ่งกลุ่มเพื่อนใน Facebook เพื่อตั้งค่าแยกแยะ การรับหรือไม่รับข่าวสาร (Feed) หรือเลือกจำกัดอัพเดทกิจกรรมจากเพื่อนบางคน และยังสามารถจำกัดการมองเห็นโพสต์ หรือ ข่าวสาร ที่เราโพสต์ลงบนโปรไฟล์ของเรา จากเพื่อนที่เราเลือกไปใส่ในกลุ่มเพื่อนหมวดหมู่ต่างๆด้วยครับ โดยใช้ คุณลักษณะ (Feature) ที่เรียกว่า Lists หรือ แบ่งกลุ่มรายชื่อเพื่อน ซึ่งมีหมวดหมู่ที่เป็นค่าเบื้องต้นที่เฟสบุ๊คแบ่งมาให้แล้วดังนี้ครับ

เพื่อนสนิท (Close Friends) - เพื่อนที่เราต้องการติดตามข่าวสารมากที่สุด สามารถตั้งให้แจ้งเตือน (Notification) หรือไม่ก็ได้ครับ
การติดตาม (Subscriptions) - บุคคลที่เราติดตามใน Facebook โดยที่เราไม่ได้เป็นเพื่อน เราสามารถติดตามบุคคลที่เราต้องการ โดยการคลิ๊กที่ปุ่มติดตามใน Facebook ในโปรไฟล์ของบุคคลนั้น
ครอบครัว (Family) - ครอบครัวหรือญาติพี่น้องของเราที่เล่นเฟสบุ๊คและเป็นเพื่อนกับเราครับ
เพื่อนที่ทำงาน (Work friends) - อัพเดทในข้อมูลส่วนตัวของเราว่าทำงานที่ไหน จะอยู่ในกลุ่มเพื่อนที่ทำงานเดียวกันครับ
เพื่อนร่วมชั้นเรียน (School Friends) - อัพเดทในข้อมูลส่วนตัวของเราว่าเรียนที่ไหน จะอยู่ในกลุ่มเพื่อนที่เรียนที่เดียวกัน
เพื่อนที่อยู่ในพื้นที่เดียวกัน (Area) - เพื่อนที่อยู่ในจังหวัดหรือใกล้ๆกับเมืองปัจจุบันบนข้อมูลส่วนตัวของเรา
คนรู้จัก (Acquaintances) - คน(พึ่ง)รู้จัก หรือยังไม่สนิท โดยเราจะได้รับข่าวสาร (Feed) จากคนกลุ่มนี้บนน้อยลงด้วยครับ
ถูกจำกัด (Restricted) - บุคคลที่ถูกเราจำกัดให้สามารถเห็นเฉพาะโพสต์ในโปรไฟล์เฟสบุ๊คที่เราทำให้เป็นสาธารณะ (Public) เท่านั้น

กลุ่มเพื่อนที่ Facebook แบ่งแยกให้อยู่แล้วนั้น เราสามารถที่จะเปลี่ยนชื่อ หรือ ปรับแต่งค่าต่างๆ ที่จะทำให้เฟสบุ๊คของเรารับหรือไม่รับข่าวสาร หรือ เลือกจำกัดอัพเดทกิจกรรมจากเพื่อนบางคนได้ครับ โดยให้คลิ๊กที่กลุ่มเพื่อนที่เราต้องการตั้งค่า จะมีปุ่มที่เราสามารถเลือกตั้งค่าได้อยู่ทางขวามือบนครับ หรือ ถ้าการแบ่งกลุ่มเพื่อนที่ Facebook มีให้ยังไม่พอ หรือไม่ตรงตามที่เราต้องการเราสามารถตั้งกลุ่มใหม่ขึ้นมาอีกได้ ถ้าล็อกอินเฟสบุ๊คอยู่แล้ว ก็เข้าตามลิงค์นี้ครับ Facebook Lists

แบ่งแยกกลุ่มเพื่อนใน Facebook เหมาะกับคนที่มีเพื่อนเยอะๆ หรือ อาจต้องการจัดการบัญชีรายชื่อเพื่อนตามความต้องการของเรา บางทีคนที่เราไม่อยากให้เห็นสิ่งที่เราโพสต์ หรือ เลือกให้เห็นเฉพาะกลุ่ม ก็สามารถเลือกได้ที่ช่องโพสต์ได้ทันทีครับ โดยเพื่อนบางคนที่เราไม่อยากให้เห็นสิ่งที่เราโพสต์ หรือกิจกรรมของเรา โดยอาจยังไม่อยากลบออกจากความเป็นเพื่อน เราก็สามารถเลือกที่จะใช้วิธีนี้ได้ครับ

ใส่อักษรสัญลักษณ์ภาพในช่องแสดงความคิดเห็นเฟซบุ๊ค (Facebook Comment Icon)


ใครที่ต้องการใส่ภาพหรือสัญลักษณ์ ที่นอกเหนือจากตัวอักษร ในช่องความเห็น(Comment)ของเพื่อนๆเราใน Facebook โดยปกติไม่สามารถทำได้ เพราะว่ากล่องความเห็นเฟซบุ๊คนั้น ถูกออกแบบให้ใส่ได้เฉพาะตัวอักษรเท่านั้น ไม่เหมือนกับกล่องแชท ที่เราสามารถใส่อีโมติคอนแสดงอารมณ์ได้ แต่ถ้าเราเบื่อที่จะแสดงความคิดเห็นเป็นตัวหนังสืออย่างเดียว อยากใส่สัญลักษณ์ เพื่อเพิ่มความน่ารัก และเพิ่มสีสันให้กับการแสดงความคิดเห็น ในกล่องคอมเมนท์ของเพื่อนเรา

โดยให้เราใช้ แอสกี (ASCII) เป็นรหัสอักขระที่ประกอบด้วยอักษรละติน เลขอารบิก เครื่องหมายวรรคตอน และสัญลักษณ์ต่างๆ ใครอยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติมก็ดูในวิกิพีเดียได้ครับ บางคนเรียกว่า รหัสตัวอักษร หรือ Text File เป็นรูปแบบตัวอักษรที่เป็นสัญลักษณ์ต่างๆ เช่น หัวใจ ยิ้ม โน๊ตเพลง ดาว วงกลม และ อื่นๆอีกมากมาย

สัญลักษณ์ตัวอักษรที่แทนภาพต่างๆเหล่านี้ สามารถใส่ลงในช่องแสดงความคิดเห็นของ Facebook ได้ ใส่เพื่อเพิ่มความสวยงาม จะเอาไปตกแต่งข้อความให้ดูน่ารักขึ้น หรือ ใส่แทนข้อความสั้นก็ได้ อยากได้สัญลักษณ์อันไหนก็ใช้เมาส์ไฮไลท์ ตัวที่ต้องการแล้วก็อบปี้ไปได้เลยครับ ใครมีเพิ่มเติมมาก็มา Comment กันไว้ได้ครับ

๑•ิ.•ั๑ ๑۩۞۩๑ ♬✿.。.:* ★ ☆ εїз℡·۰•●○●ōゃ ♥ ♡๑۩ﺴ ☜ ☞ ☎ ♡ ⊙◎ ☺ ☻╄ஐﻬ ► ◄ ▧ ▨ ♨ ◐ ◑ ↔ ↕ ▪ ▫ ☼ ♦ ▀ ▄ █▌ ▐░ ▒ ▬♦ ◊ ◦ ☼ ♠♣ ▣ ▤ ▥ ▦ ▩ ◘ ◙ ◈ ♫ ♬ ♪ ♩ ♭ ♪ の ☆ → あ ぃ £ # @ & * ❀ ✿ ☆ ★ ¤ ☼ ☀ ♡ ღ☻ ☺ ◕ ⊕ Θ o O ㊝ ⊙ ◎◑ ◐ ۰ • ● ▪ ▫ 。 ゚ ๑ ☜ ☞ ☂ ♨ ☎  × ÷ = ≠ ≒ ∞ ˇ ± √ ⊥▶ ▷ ◀ ◁ ☀ ☁ ☂ ☃ ★ ☆ ☑ ☺ ☻ ☼ ♠ ♡ ♢ ♣ ♤ ♥ ♦ ♧♩♯♩♪♫♬♭♮ ☎ ♨ ₪ ™ ♂✿ ♥ の ↑ ↓ ← → ↖ ↗ ↙ ↘ ㊣ ◎ ○ ● ⊕ ⊙ ○  △ ▲ ☆ ★ ◇ ◆ ■ □ ▽ ▼ § ¥ 〒 ¢ £ ※ ♀ ♂ &⁂ ℡ ░ ▣ ▤ ▥ ▦ ▧ ✓♂ ♀ ♥ ♡ ☜ ☞ ☎ ⊙ ◎ ☺ ☻ ► ◄ ▧ ▨ ♨ ◐ ◑ ↔ ↕ ♥ ♡ ▪ ▫ ☼ ♦ ▀ ▄ █ ▌ ▐ ░ ▒ ▬ ♦ ◊ ◘ ◙ ◦ ☼ ♠ ♣ ▣ ▤ ▥ ▦ ▩ ◘ ◙ ◈ ♫ ♬ ♪ ♩ ♭ ♪ ░ ▒ ▬ ♦ ◊ ◦ ♠ ♣ ▣ ۰•●  ●•۰► ◄ ▧ ▨ ♨ ◐ ◑ ↔ ↕ ▪ ▫ ☼ ♦♧♡♂♀♠♣♥☜☞☎⊙◎ ☺☻☼▧▨♨◐◑↔↕▪ ▒ ◊◦▣▤▥ ▦▩◘ ◈◇♬♪♩♭♪の★☆→あぃ£Ю〓§♤♥▶¤๑⊹⊱⋛⋌⋚⊰⊹ ๑۩۩.. ..۩۩๑ ๑۩۞۩๑ ✿  ~.~ ◕ ✚ ❦ ❧ ❀ ღღღ ▶ ▷ ◀ ◁ ☀ ☁ ☂ ☃ ★ ☆ ⊙ ⓛⓞⓥⓔ๑•ิ.•ั๑ ๑۩۞۩๑ ♬✿ ☉♡ ♢ ♣ ♤ ♥ ♦ ♧ ♨  ❀  ❦❧ εїз℡·۰•●○●ゃōゃ♥ ♡๑۩ﺴ ☜ ☞ ☎ ♡ ⊙◎ ☺ ☻✖╄ஐﻬ ► ◄ ▧ ▨ ♨ ◐ ◑ ↔ ↕ ▪ ▫ ☼ ♦ ▀ ▄ █▌ ▐░ ▒ ▬♦ ◊ ◦ ☼ ♠♣ ▣ ▤ ▥ ▦ ▩ ◘ ◙ ◈ ♫ ♬ ♪ ♩ ♭ ♪ の ☆ → あ ぃ £❀ ✿  ☆ ★  ¤ ☼ ☀ ♡ ღ☻ ☺ ◕ ⊕ Θ o O ㊝ ⊙ ◎ ◑ ◐ ۰ • ● ▪ ▫ 。 ゚ ๑ ☜ ☞ ☂ ♨ ☎ ▶ ▷ ◀ ◁ ☀ ☁ ☂ ☃  ★ ☆ ☑ ☺ ☻ ☼ ♠ ♯♩♪♫♬♭♮ ☎ ♨ ºº ₪ ¤ « »™ ♂✿ ♥ の ↑ ↓ ← → ↖ ↗ ↙ ↘ ㊣ ◎ ○ ● ⊕ ⊙ ○  △ ▲ ☆ ★ ◇ ◆ ■ □ ▽ ▼ § ¥〒 ¢ £ ※ ♀ ♂ © ® ⁂ ℡ ↂ░ ▣ ▤ ▥ ▦ ▧ ✓ ♂ ♀ ♥ ♡ ☜ ☞ ☎ ☏ ⊙ ◎ ☺ ☻ ► ◄ ▧ ▨ ♨ ◐ ◑ ↔ ↕ ♥ ♡ ▪ ▫ ☼ ♦ ▀ ▄ █ ▌ ▐ ░ ▒ ▬ ♦ ◊ ◘ ◙ ◦ ☼ ♠ ♣ ▣ ▤ ▥ ▦ ▩ ◘ ◙ ◈ ♫ ♬ ♪ ♩ ♭ ♪ ㊊㊋㊌㊍㊎㊏ ㊐㊑㊒㊓㊔㊕㊖㊗㊘㊜㊝㊞㊟㊠㊡㊢ ㊣㊤㊥㊦㊧㊨㊩㊪㊫㊬㊭㊮㊯㊰✚✳❀✿✴❖☀☂☁【】┱ ┲  ❦ ❧  ❀  ✓  .: ◢ ◣ ◥ ◤ ▽ ▧ ▨ ▣ ▤ ▥ ▦ ▩ ◘ ◙ ▓ ▒ ░ ™ ℡ 凸 の ๑۞๑ ๑۩ﺴ ﺴ۩๑ o(‧”’‧)o ❆ べò⊹⊱⋛⋋ ⋌⋚⊰⊹ ⓛⓞⓥⓔ ☀ ☼ ☜ ☞ ⊙® ◈ ♦ ◊ ◦ ◇ ◆ εїз❀✿✴❖❦❧↔ ↕ ▪ → ︷╅╊✿ (¯`•._.• •._.•´¯)(¯`•¸•´¯) `•.¸¸.•´´¯`•• .¸¸.•´¯`•.•●•۰• ••.•´¯`•.•• ••.•´¯`•.••—¤÷(`[¤* *¤]´)÷¤——(•·÷[ ]÷·•)— ①②③④⑤⑥⑦⑧⑨⑩ ⑪⑫⑬⑭⑮⑯⑰⑱⑲⑳ ⒶⒷⒸⒹⒺⒻ ⒼⒽⒾⒿⓀⓁ ⓂⓃⓄⓅⓆⓇ ⓈⓉⓊⓋⓌⓍ ⓎⓏ ⓐⓑⓒⓓⓔⓕ ⓖⓗⓘⓙⓚⓛ ⓜⓝⓞⓟⓠⓡ ⓢⓣⓤⓥⓦⓧ ⓨⓩ(⊙▂⊙✖ )(づ  ̄ ³ ̄)づ ( c//”-}{-*\\x)(-’๏_๏’-)(◐ o ◑ )(⊙…⊙ )๏[-ิ_•ิ]๏(•ิ_•ิ)\(•ิ_•ิ\) (/•ิ_•ิ)(︶︹︺)

เปิดกล้องเฟสบุ๊ค (Video Chat in Facebook)

อยากคุยกับเพื่อนใน Facebook ไม่ได้แค่เห็นหน้าอย่างเดียวครับ เฟสบุ๊คสามารถเปิดกล้องพูด คุยกันแบบได้ยินเสียงเลย ถ้าแชทแบบเดิมๆก็ใช้พิมพ์ แบบนี้ก็ดีตรงที่เห็นหน้ากันด้วย อยู่ไกลก็เหมือนอยู่ใกล้ เหมือนเราใช้โปรแกรม Skype คุยกัน ซึ่งจริงๆแล้ว เป็นผลพวงมาจากที่การร่วมมือกันระหว่าง Facebook กับ Skype ทำให้ผู้ใช้อย่างเราได้ประโยชน์จริงๆ

เปิดกล้องคุยกับเพื่อนเป็นเรื่องปกติ ถ้าเราใช้โปรแกรมสไกป์เป็นประจำอยู่แล้ว แต่ตอนนี้เรายังสามารถใช้โปรแกรม Skype เช็คดูความเคลื่อนไหวในเฟสบุ๊คได้ แต่ถ้าเรามีเพื่อนใหม่ใน Facebook ไม่ต้องชวนไปสมัคร Skype แล้ว ชวนเปิดกล้องคุยในเฟสบุ๊คได้เลยครับ แต่ก่อนหน้านี้เคยนำเสนอ แชทเห็นหน้ากันผ่านกล้องในเฟสบุ๊ค โดยใช้แอพพลิเคชันที่ชื่อว่า Video Chat Rounds ซึ่งมีลูกเล่นแปลกๆในการแชทมากมาย แต่นี่เป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งซึ่งน่าจะง่ายกว่า เพราะเป็นการพัฒนาโดย Facebook เองครับ ก็แล้วแต่เพื่อนๆจะสะดวกเลือกใช้กัน

วิธีเปิดกล้องคุย Facebook ง่ายมากครับ โดยถ้าเราใช้ PC ต้องมีกล้อง, ไมค์ (Microphone) และติดตั้ง Driver ให้เรียบร้อย แต่ถ้าเป็น Notebook ส่วนใหญ่ก็จะมีกล้องกับไมค์มาให้เรียบร้อยแล้ว เมื่อล็อกอินเข้ามาในบัญชีเฟสบุ๊คของเราแล้ว ให้เราเปิดกล่องสนทนา หรือ กล่อง Chat ที่อยู่ด้านขวามือล่าง จะเห็นเพื่อนที่ออนไลน์อยู่ ให้เราเลือกเพื่อนที่เราต้องการคุยผ่านกล้อง โดยคลิ๊กที่ชื่อของเพื่อน เพื่อให้มีกล่องข้อความสนทนาส่วนตัวขึ้นมา มุมบนขวาของกล่องแชท คลิ๊กเครื่องหมายที่เป็นเหมือนรูปกล้อง ซึ่งถ้าเพื่อนคนไหนออฟไลน์อยู่ เราจะยังชวนให้เปิดกล้องไม่ได้

ถ้าเป็นการคุยผ่านกล้อง Facebook Video Call ครั้งแรก จะมีกล่องให้เรา ตั้งค่า Video Call? ก็ให้กด Install จะมีโปรแกรมที่ชื่อว่า Facebook Video Calling ให้เราดาวน์โหลด (Download) เพื่อติดตั้งโปรแกรมลงเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา ซึ่งการติดตั้งนี้มีแค่ครั้งแรกเท่านั้นครับ ถ้าเราต้องการเปิดกล้องคุยกับเพื่อนทางเฟสบุ๊คครั้งต่อไป ก็จะไม่ต้องมีขั้นตอนนี้แล้ว แถมในขั้นตอนนี้เรายังสามารถเห็นได้ด้วย ว่าเพื่อนของเราคนไหน ติดตั้ง Video Call ไปแล้วบ้าง เพื่อนคนที่เราคลิ๊กชวนให้เปิดกล้องทาง Facebook เป็นครั้งแรกก็จะมีข้อความเชิญชวน และให้ติดตั้งโปรแกรมเช่นกัน

จากนั้นเฟสบุ๊คจะทำการติดต่อ (Contact) เพื่อนที่เราต้องการคุยแบบเปิดกล้อง เมื่อเพื่อนรับการติดต่อจากเราแล้ว ก็จะมีหน้าจอขึ้นมาให้เราได้เห็นหน้าและพูดคุยกันได้แล้วครับ การคุยโดยเปิดกล้องผ่านเฟสบุ๊ค นอกเหนือจากการพิมพ์ข้อความแชทและไอคอน ก็เป็นอีกคุณลักษณะ (Feature) ที่น่าใช้ของ เฟสบุ๊ค แบบใหม่ นอกเหนือจากการแชทแบบเก่า แต่ถ้าเราไม่ใช้แล้ว โดยต้องการถอนการติดตั้งโปรแกรมนี้ออกไปจากเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือ Notebook ของเรา ก็ให้เข้าไปที่ Control Panel > Add or Remove Programs แล้วมองหาโปรแกรม Facebook Video Calling แล้ว Remove ออกไป เท่านี้ก็เรียบร้อยครับ

ทำปุ่มติดตามในเฟสบุ๊ค (Make Facebook Subscribe Button)

เราสามารถที่จะติดตาม (Subscribe) ความเคลื่อนไหวใน Facebook ของคนอื่นที่ไม่ใช่เพื่อนของเราได้ ถ้าเขาอนุญาติหรือเปิดใช้ฟีเจอร์นี้ โดยเราก็สามารถทำปุ่มติดตามให้คนอื่นที่ไม่ใช่เพื่อนใน Facebook ติดตามความเคลื่อนไหว อัพเดทโพส, ความเห็นต่างๆ, กิจกรรม หรือ ข่าวความเคลื่อนไหวของเรา ในเฟสบุ๊คได้ด้วยเช่นกัน ถ้าต้องการทำปุ่มติดตามให้เราคลิ๊กตามลิงค์นี้ครับ http://www.facebook.com/about/subscribe จะมาที่หน้าเพจ ขอเสนอ ปุ่มติดตาม จากนั้นคลิ๊กที่ปุ่ม Allow Subscriber ที่เป็นปุ่มสีเขียวที่อยู่ด้านขวามือบน เพื่อเป็นการเปิดใช้ฟีเจอร์ตัวนี้ครับ ซึ่งเราสามารถปรับแต่งหรือยกเลิกในภายหลังได้ครับ

การปรับแต่ง Subscribe หรือ ปุ่มติดตาม  สามารถที่จะทำการปรับแต่งค่าต่างๆ เพื่อกำหนดกลุ่มคนที่จะติดตามเรา หรือแม้แต่การยกเลิก ไม่ให้มีปุ่มการติดตามใน Facebook ของเราอีก ก็สามารถทำได้ครับ ให้เข้าไปที่ ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว (Privacy Settings) > คุณเชื่อมต่ออย่างไร (How You Connect) > แก้ไขการตั้งค่า (Edit Settings) > แท็บการติดตาม (Subscribers tab) > ตั้งค่า (Settings)

ในส่วนของการตั้งค่า ก็จะมีหัวข้ออยู่ 4 หัวข้อ คือ
การติดตาม (Subscribers) ตรงนี้เราสามารถเลือกปิด หากเราต้องการยกเลิกการติดตามจากคนอื่นครับ
แสดงความคิดเห็น (Comments) เลือกว่าเราต้องการให้ใครโพสความเห็นได้บ้าง
การแจ้งเตือน (Notifications) การจำกัดการแจ้งเตือนจากเราเมื่อเรามีกิจกรรมใน Facebook
คำร้องขอเป็นเพื่อน (Friend Requests) เลือกว่าเมื่อมีคนที่ติดตามเราต้องการเป็นเพื่อนเราได้ทุกคน หรือต้องเป็นเพื่อนของเพื่อนก่อนเท่านั้น

การเลือกรับข่าวจากเพื่อน ส่วนนี้เพิ่มเติมให้ครับ ในหน้าโปรไฟล์เฟสบุ๊คของเพื่อน เรายังสามารถปรับแต่งหรือเลือกที่จะรับข่าว หรือการอัพเดทโพสจากเพื่อนของเรา ความเคลื่อนไหวต่างๆของเพื่อนเราในเฟสบุ๊ค โดยการปรับแต่งที่ปุ่ม Subscribe คือ การติดตามอัพเดทความเคลื่อนไหวของเพื่อนๆใน Facebook ที่เราต้องการ อย่างเช่น การแบ่งปัน (Share) สิ่งต่างๆ อย่างเช่น สถานะ, ถูกใจ, โพสความคิดเห็น, วีดีโอ, รูปภาพ, ลิงค์ของเว็บไซต์ที่น่าสนใจ, Game ที่เพื่อนเล่น หรือ กิจกรรมต่างๆ เป็นต้น

โดยปกติถ้าเราเป็นเพื่อนกับใคร ค่าเริ่มต้น ของปุ่ม Subscribe หรือ การติดตามจะกำหนดให้เราติดตามทุกอย่างของเพื่อนอยู่แล้ว แต่ถ้าเราเลือกที่อัพเดทข่าว หรือเลือกที่จะไม่อัพเดทโพส, ความเห็นต่างๆ, กิจกรรม หรือ ข่าว จากเพื่อนบางคนก็สามารถเลือกได้จากตรงนี้ครับ คือ คลิ๊กมาหน้าเพจ Facebook เพื่อนคนที่ต้องการ เอาเมาส์ชี้ที่ ปุ่ม Subscribed มุมขวาบน ก็จะมีหัวข้อให้เราเลือกตามต้องการครับ